ชำแหละหลังเกม เชลซี พบ แมนยู เมื่อคืน

chelsea-vs-man-u-lastnight-28-02-64

เมื่อคืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา แมนยู พบ เชลซี โดยทางเชลซีนั้นต้องการเก็บชัยชนะเพื่อขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 4 เพื่อรักษาระยะห่างจากจ่าฝูงให้ได้เท่าเดิม แต่สิ้นสุดเสียงนกหวีดผลการแข่งขันเป็นเสมอกับทางแมนยู แบ่งแต้มกันไปแต่ก็ยังเป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่ายที่ไม่ได้ไม่เสียแบ่งๆกันไป

11 ตัวจริง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ โดยได้ สก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์ กลับมาคู่กับ เฟร็ด ขณะที่ ดาเนี่ยล เจมส์ ก็สามารถลงเล่นได้ – ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ก็มีชื่อบนม้านั่งสำรอง ที่สำคัญคือ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หลุดออกจากตำแหน่งตัวจริงสมใจเด็กผีทุกหมู่เหล่า แต่ทว่า เอดิสัน คาวานี่ ยังไม่ยอมกลับมาจากอาการบาดเจ็บจึงต้องขยับ เมสัน กรีนวูด เข้าไปเล่นเป็นหัวหอกตัวเป้า

โดยเป้าหมายคือคว้าชัยก็จริง แต่การที่มาเยือนสิงค์โตน้ำเงินคราว เชลซี ที่ช่วงนี้ฟอร์มเกมรุกำลังดุดัน จึงประมาทไม่ได้เพราะถ้าพลาดมาอาจเป็นประตูไปได้ สิ่งที่เราเห็นใรเกมนี้ก็คือการ เพลสซิ่ง ตั้งแต่แดนหน้าของปีศาจแดง เพื่อไม่ให้เจ้าถิ่นเซ็ดเกมได้ถนัด ในขณะที่มิดฟิลด์ในแดนกลางพยายามเข้าปะทะกันอย่างหนัก ซึ่งถือว่าทำลายเกมรุกของ เชลซี ได้ดีในระดับหนึ่ง

จังหวะที่ แฮนด์บอล โดบทาง VAR เกือบจะให้ แมนยูฯ ได้จุดโทษ

ส่วนในจังหวะที่ แฮนด์บอล โดบทาง VAR เกือบจะให้ แมนยูฯ ได้จุดโทษแล้วในตอนแรก แต่พอตรวจสอบจาก วีเออาร์อย่างถี่ถ้วน ดูภาพช้าเหมือนเกมจะพลิก เพราะก้ำกึ่งจะกลายเป็นการแฮนด์บอลในเขตโทษของผู้เล่นสิงห์บลูส์ซะอย่างนั้น อย่างไรก็ตาม ในเมื่อ เมสัน กรีนวูด แสดงเจตนาทำแฮนด์บอลก่อน แถมอาจสัมผัสแขนของเขาก่อน คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ผู้ตัดสินที่ต้องวิ่งออกไปดู VAR ข้างสนามจึงตัดสินได้ถูกต้องแล้วที่ไม่ให้จุดโทษ
มิเช่นนั้นดราม่าบังเกิดแน่นอน

จบเกมเสมอกัน 0-0 ที่สนุกสนานตื่นเต้นพอสมควร

ต่างฝ่ายต่างสร้างเกมบุกผลัดกันเป็นระยะๆ โดยเกือบเป็นประตูทั้ง 2 ฝ่าย ถึงแม้ภาพรวม เชลซี จะครองบอลได้มากกว่า เช่นเดียวกันกับโอกาสทำลายตาข่ายมากกว่า แต่ว่าจังหวะจังหวะจบยังไม่เด็ดขาดพอ เรียกได้ว่าทันกัน และถือเป็นการเสมอกัน 0-0 ที่สนุกสนานตื่นเต้นพอสมควร